เมื่อไฟฟ้าคือสิ่งจำเป็นของการใช้ชีวิตบวกกับสภาพอากาศอันแสนร้อนอบอ้าวของเมืองไทยแทบตลอดทั้งปี ทำให้หลายคนรู้สึกว่าค่าไฟที่ต้องจ่ายแพงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเวลาดูบิลค่าไฟมักสังเกตเห็นคำว่า “ค่า FT” ที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดจนเกิดความสงสัยว่า ค่า FT คืออะไร? แล้วทำไมค่าไฟแพงขึ้นทุกปีแบบนี้? มาสรุปให้ฟังแบบภาษาบ้าน ๆ เข้าใจง่ายกัน

ค่า FT คืออะไร?

ค่า FT ย่อมาจาก Fuel Adjustment Charge (at the given time) หรือ ค่าไฟฟ้าผันแปร คือ ค่าใช้จ่ายที่ถูกคำนวณจากสูตรปรับอัตราค่าไฟแบบอัตโนมัติตามต้นทุนผันแปรที่เกิดขึ้นในการผลิตไฟฟ้า เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน ถ่านหิน การซื้อไฟฟ้าจากแหล่งผลิตเอกชน การซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ ปกติแล้วจะมีการปรับทุก 4 เดือน เพื่อบ่งบอกถึงต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น

สูตรการคำนวณค่าไฟของการไฟฟ้า

สูตรคำนวณค่าไฟฟ้าพื้นฐานจะใช้จำนวนหน่วยเรียกว่า “ยูนิต” (Unit) ซึ่งมีสูตรคือ

            จำนวนหน่วย = [กำลังไฟฟ้า (วัตต์) ÷ 1,000] × ชั่วโมงการทำงาน

โดยสูตรการคำนวณค่า FT จะใช้เป็น

ค่า FT = จำนวนหน่วยที่ใช้ x อัตรา FT

อย่างไรก็ตามปกติเวลาพนักงานการไฟฟ้ามาจดตัวเลขหน่วยจะมีการนับรวมค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งหมดนับตั้งแต่การจดครั้งก่อนจนถึงครั้งล่าสุด ดังนั้นสูตรการคำนวณค่าไฟของการไฟฟ้า จึงเป็นดังนี้

            ค่าไฟฟ้า = ค่าพลังงานไฟฟ้า (จำนวนหน่วย × อัตราค่าไฟเฉลี่ย) + ค่าบริการ + ค่า FT + VAT 7%

ทำไมค่าไฟถึงแพงขึ้นทุกปี?

เหตุผลที่ค่าไฟถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับค่า FT เพราะอย่างที่อธิบายไปว่าค่า FT คือ ค่าใช้จ่ายสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ เช่น เมื่อน้ำมันในตลาดโลกแพงขึ้นเท่ากับมีต้นทุนสูงขึ้น ทำให้ค่า FT จึงเพิ่มขึ้นนั่นเอง รวมถึงยังมีปัจจัยบางประการที่เกี่ยวข้องทำให้ค่าไฟมีโอกาสแพงขึ้นไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าเงินบาทอ่อนตัว ปกติการนำเข้าเชื้อเพลิง น้ำมัน หรือแม้แต่ซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะใช้ค่าเงิน USD หากค่าเงินบาทอ่อน ก็ต้องใช้มากขึ้น
  • การรับภาระหนี้สินเดิม บ่อยครั้งทางการไฟฟ้าแบกรับภาระค่าไฟแทนประชาชนในช่วงเวลาที่ค่า FT สูง หรือมีปริมาณการใช้ไฟเยอะมาก เมื่อถึงกำหนดเวลาก็ต้องชำระหนี้คืน ค่า FT จึงยังไม่ปรับลดลง
  • การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเยอะขึ้นจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น อากาศร้อน

สรุป

ค่า FT คือ ค่าไฟฟ้าผันแปรตามต้นทุนที่การไฟฟ้านำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสปรับขึ้น-ลงได้ตามความเหมาะสม โดยการไฟฟ้าจะมีการคำนวณและปรับทุก 4 เดือน ส่วนสาเหตุที่ค่าไฟแพงขึ้นทุกปีก็มาจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น เชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตอย่างก๊าซธรรมชาติ น้ำมันปรับราคาเพิ่ม ค่าเงินบาทอ่อนตัว หรือการใช้ไฟฟ้าเยอะกว่าปกติ เป็นต้น